เมื่อไรที่สินค้าเกษตรไทยสร้างมาตรฐานให้ตนเองได้
เมื่อนั้นปัญหาส่งออกก็จะลดลง ซึ่งปัจจุบันตลาดส่งออกหลักๆของไทยในโซนอาเซียน
ก็คงหนีไม่พ้นอินโดนีเซีย กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์และฟิลิปปินส์
เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นที่ยอมรับของสากล สร้างความเท่าเทียมลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน
โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ผลิตจากพืช สัตว์และประมง รองรับมาตรฐาน AEC
ให้เกิดความชัดเจนภายใต้มาตรการหรือแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริง
ที่สำคัญตลาดเดินได้เกษตรกรอยู่รอดไม่เป็นหนี้เป็นสิน
|
|
ทำเกษตรไม่เน้นตลาด อยู่รอดจริงหรือ? ผู้เขียนคิดว่าอาจใช้ได้กับเกษตรกรรายใหม่ที่จะผันตัวเองมาเป็นทำเกษตรไม่ว่าเกษตรเคมีหรือเกษตรอินทรีย์
แต่ปัญหาส่วนใหญ่ปลูกแล้วขายใคร ขายที่ไหน
ตลาดไม่มีเกิดการเบื่อหน่ายเลิกแล้วทำไปเสียดื้อๆ
จากนั้นก็หันกลับไปเป็นลูกจ้างอย่างเดิม หากจะปฏิรูปเกษตรไม่ควรเน้นให้เกษตรกรอิงผลทางการตลาดมากเกินไป
ให้เน้นอยู่รอดพึ่งพาตนเองได้ก่อน แล้วค่อยคิดขายทำกำไร แบบนี้ได้ผลระยะยาวกว่า
เพราะหากผลผลิตมีคุณภาพมีมาตรฐานยังไงตลาดก็เข้ามาหาเราเอง
ไม่ต้องวุ่นวายหาตลาดให้เสียเหงื่อ
ความฝันของเกษตรกรทุกคน
มักมองที่ว่าปลูกอะไรแล้วต้องมีตลาดรองรับ
แต่ความฝันกับความเป็นจริงมักแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในความเป็นจริงเกษตรกรส่วนใหญ่เน้นการตลาดมากกว่าจะผลิตให้มีคุณภาพ
ถึงแม้จะล้นตลาดแต่ก็รั้นจะปลูกเพราะมีตลาดรองรับแน่นอน
บ่อยครั้งที่ปลูกแล้วไปไม่รอดขายไม่ได้ราคา
สุดท้ายก็ทิ้งร้างหันกลับไปใช้แรงงานอย่างเก่า
ทางที่ดีเกษตรกรควรมีความรู้ก่อนลงมือทำ ทำอย่างไรจะได้ราคาและมีคุณภาพ
ไม่เป็นสินค้าเหลือคัดออกนอกตลาด
ทางรอดที่ดีสุดให้เกษตรกรควรพึ่งพาตนเอง
ควรสร้างความมั่นคงจากภายในก่อนส่งขายทำกำไรนอกประเทศ ดูได้จากบทเรียน
ตอน...โครงการรับจำนำข้าว จากเจ้าของโรงสีชุมชนค้าปลีกแต่ริอยากเป็นเจ้าของตลาดค้าส่งข้าวระดับโลก
ทั้งๆที่อำนาจว่าราคาไม่มีเลย ถามหน่อยเถอะครับสุดท้ายใครเจ็บ?
..................สอบถามแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อได้ที่ 081-3983128
(ผู้เขียน)
เขียนโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
|
บล็อกนี้เขียนขึ้นเพื่อเสนอผลงาน แนวทาง ทางเลือกใหม่ ในการทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ยึดหลักความรับผิดชอบต่อสังคมผสมผสานกับการพาณิชย์ กล่าวคือ ช่วยเหลือให้คำปรึกษา แนะนำชี้ทางถูกผิด 30% ผสมผสานงานขาย 70% เพื่อความคงอยู่ขององค์กรหรือหน่วยงานต้นสังกัดกล่าวคือชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ปรัชญาประจำตัวคือ "ทุกแนวคิด ทุกคำตอบ ทุกงานวิชาการ เพื่อเกษตรกรไทย"สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:คุณเอกรินทร์ ช่วยชู โทร.081-3983128
วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557
มาตรฐานสินค้าเกษตร ทางรอดของส่งออกจริงหรือ?
วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557
พิษ เออีซี สินค้าเกษตรไทยต้องปรับตัว
AEC อาจทำให้สินค้าเกษตรไทยอย่างน้อย 10
รายการ ที่อาจไปไม่รอดถ้าเกษตรกรยังไม่ปรับตัว
นำเอาเทคโนโลยีมาเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนการผลิต บริหารจัดการใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำ
กลางน้ำ ปลายน้ำ ส่งเสริมวิจัย พัฒนาสายพันธุ์ คุณภาพสินค้าเกษตร
ตลอดจนความปลอดภัย ยิ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของอาเซียนหรือของโลกยิ่งต้องปรับตัวมาก
โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนการเกษตรให้มากขึ้น
เพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
|
|
สินค้า
เกษตรที่ไทยอาจจะได้รับผลกระทบและต้องรีบปรับตัวเป็นการด่วน
เนื่องจากมิตรประเทศก็มีศักยภาพในการผลิตไม่แพ้กัน ยกตัวอย่าง ข้าว
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ยางพารา กาแฟ ผลไม้
ปศุสัตว์
และประมง โดยเฉพาะข้าวเพราะเป็นผู้ผลิตส่งออกมากที่สุด
เพื่อให้เป็นศูนย์กลางข้าวของอาเซียนเราควรจัดตั้งหน่วยงานบริหารจัดการ
เรื่องข้าว
โดยให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่าง สมาคมผู้ผลิตข้าวเปลือก สมาคมโรงสี
และสมาคมผู้ค้าข้าวเปลือกและข้าวสาร เข้ามาร่วมพูดคุยหาข้อสรุป
ไม่เช่นนั้นเราอาจเสียแชมป์ให้เพื่อนบ้านอย่างพม่าและเวียดนามก็เป็นได้
ตลาดยางพาราที่มีปัญหาราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้
เนื่องจากอดีตไทยเราพึ่งพาจีนเป็นตลาดหลักในการส่งออกไม่ยอมขยายตลาดเพิ่ม
เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา ไม่พัฒนาสานต่อนโยบายจากรัฐบาลหนึ่งไปรัฐบาลหนึ่ง
ราชการระส่ำระสายไม่เป็นตัวของตัวเอง คอยเป็นไม้เลื้อยเกาะตรงโน้นทีตรงนี้ที
ต้องการติด 1ใน 5 ผู้ส่งออกยางพารา อันดับแรกต้องรักษาฐานตลาดเดิมอย่าง ญี่ปุ่น
สหภาพยุโรป(อียู)
สองขยายตลาดใหม่เพิ่มโดยเฉพาะกลุ่มประเทศในแอฟริกาและตะวันออกกลาง
สามรัฐบาลต้องประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักธุรกิจทั้งในและนอกประเทศเข้ามาลงทุนแปรรูปยาง
ซึ่งภาครัฐอาจจะต้องแก้ไขกฎระเบียบต่างๆที่เป็นอุปสรรคไม่เอื้อต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมยางพาราบ้างตามสมควรให้ตลาดยางพาราเดินต่อไปได้
ผู้เขียนในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการเห็นเศรษฐกิจของประเทศเดินต่อไป
เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ไม่เป็นหนี้เป็นสิน
เขียนโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)