สวัสดี
ครับพี่ๆน้องๆชาวสมาชิกชมรมเกษตรปลอดสารพิษทุกๆท่านครับ
ในวันนี้ทางผู้เขียนจะมาเขียนในเรื่องวิวัฒนาการในการทำก้อนเห็ดในปัจจุบัน
มาฝากกันครับ
โดยถ้าพูดถึงเห็ดแล้วนั้นทุกๆท่านก็คงจะทราบถึงประโยชน์ของเห็ดในทุกๆด้าน
เช่น
การนำไปเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารในแต่ละมื้อหรือการนำมาทำยาสมุนไพร
ต่างๆ
ในมุมมองทางด้านธุรกิจก็สามารถนำมาเพาะเพื่อเปิดก้อนเห็ดเพื่อจัดจำหน่าย
หรือทำก้อนเห็ดจัดจำหน่ายแก่เกษตรกรผู้ที่จะนำไปเปิดก้อนเพื่อจัดจำหน่ายขาย
ต่อไปยังผู้บริโภค
โดยเมื่อก่อนในการจะทำก้อนเห็ดในแต่ละเจ้านั้นจะมีวัสดุอุปกรณ์หลักๆได้แก่
ขี้เลื่อย รำละเอียด ดีเกลือ แคลเซียมและยิปซั่ม
แต่วิวัฒนาการได้พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องโดยเครือข่ายต่างๆ เช่น
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษของเรานี่เองก็พยายามผลักดันเกี่ยวกับหินแร่ภูเขาไฟภูไม
ท์และภูไมท์-ซัลเฟตให้มามีบทบาทในการทำก้อนเห็ด
จนกระทั่งปัจจุบันเกษตรกรหรือฟาร์มต่างๆจะทำก้อนเห็ดในแต่ละครั้งก็จะต้อง
นึกถึงภูไมท์และภูไมท์ซัลเฟต
จนทำให้เป็นวัตถุดิบอีกหนึ่งอย่างที่เพิ่มเข้ามาอย่างขาดไม่ได้
เพราะภูไมท์และภูไมท์-ซัลเฟตนั้นจะทำให้อายุก้อนของเห็ดอยู่ได้นานขึ้น
เกษตรกรสามารถเก็บดอกเห็ดได้นานและเห็ดมีคุณภาพที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
|
|
แต่
ทุกวันนี้วิวัฒนาการนั้นได้เปลี่ยนไปอีกแล้วมีเกษตรกรมากมายหรือทางฟาร์ม
เห็ดเกือบทุกพื้นที่ได้ให้ความยอมรับเกี่ยวกับวัตถุดิบชนิดนี้ที่เข้ามาแทรก
แซงภูไมท์และภูไมท์-ซัลเฟตได้อย่างยอดเยี่ยม
เห็ดมีคุณภาพทั้งดอกที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักดี
อายุก้อนของเห็ดนั้นสามารถอยู่ได้นาน
และวัตถุดิบชนิดนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกลนั่นก็คือแร่ม้อนโมริลโลไนท์ นั่นเองครับ
ซึ่งถ้าเราเคยดูสารคดีที่ถ่ายทำการระเบิดของภูเขาไฟ
จะเห็นตอนระเบิดที่มีลาวาสีแดงไหลออกมาและก็จะมีฝุ่นละอองสีดำหรือเทาที่พวย
พุ่งออกด้วย
อันนี้คือกลุ่มของแร่ม้อนครับ
ซึ่งในตัวของแร่ม้อนท์นี้จะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและเทรซซิลิเม้นท์ต่างๆมากมาย
และยังมีความสามารถในการดูดซับความชื้นได้ค่อนข้างดี
จึงเป็นส่วนผสมในก้อนเชื้อเห็ด
เป็นส่วนผสมของสารกระตุ้นเห็ดได้อย่างดีเยี่ยม
ฉะนั้นเมื่อฟังคุณสมบัติแล้วนั้นก็คือมีสารอาหารที่เหมาะกับเห็ดอย่างมหาศาล
ยิ่งภายในก้อนมีสารอาหารเยอะเห็ดก็ยิ่งมีคุณภาพดีและน้ำหนักดีตามไปด้วยครับ
เกษตรกรท่านใดหรือฟาร์มที่ทำก้อนจำหน่ายก็อยากให้หันมาทดลองทำก้อนด้วยแร่
ม้อนดู
แล้วท่านจะประสบกับความสำเร็จในอาชีพเพาะเห็ด เช่น
ทำก้อนขายก็จะมีลูกค้ามาซื้อก้อนเยอะและลูกค้าประทับใจก้อนที่ทางท่านจัด
จำหน่าย
ถ้าเป็นเกษตรกรที่ซื้อก้อนมาเปิดก็จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเห็ดมีน้ำหนัก
กำไรของการขายเห็ดก็จะมีมากขึ้น
สุดท้ายนี้ท่านใดอยากทราบสูตรการทำก้อนเห็ดโดยผสมแร่ม้อนก็สามารถโทรมาสอบ
ถามกับทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษได้ทุกวัน
เขียนและรายงานโดย
ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557 เสนอแนะติชมได้ที่ email
: thaigreenagro@gmail.com
|
บล็อกนี้เขียนขึ้นเพื่อเสนอผลงาน แนวทาง ทางเลือกใหม่ ในการทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ยึดหลักความรับผิดชอบต่อสังคมผสมผสานกับการพาณิชย์ กล่าวคือ ช่วยเหลือให้คำปรึกษา แนะนำชี้ทางถูกผิด 30% ผสมผสานงานขาย 70% เพื่อความคงอยู่ขององค์กรหรือหน่วยงานต้นสังกัดกล่าวคือชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ปรัชญาประจำตัวคือ "ทุกแนวคิด ทุกคำตอบ ทุกงานวิชาการ เพื่อเกษตรกรไทย"สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:คุณเอกรินทร์ ช่วยชู โทร.081-3983128
วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557
วัตถุดิบแนวใหม่ที่มาแรงในการทำก้อนเห็ด
วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557
ทำไมจึงต้องปลอดสารพิษ?
ในยุคนี้สมัยนี้ ผู้คนต่างให้ความสนใจ
ตื่นตนในเรื่องการกินการอยู่
โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพและการดำรงชีวิตมีอยู่ได้อย่างยาวนาน
จึงได้พยายามสรรหาแหล่งอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษนำมาสู่ร่างกายให้ได้มากที่สุดเท่าที่กำลังความสามารถจะทำได้
ตามกำลังทุน ตามกำลังซื้อที่มีอยู่
เกี่ยวกับอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษนี้ใช่ว่าจะเป็นที่นิยมชมชอบเฉพาะในประเทศไทย
ต่างประเทศทั่วโลกก็ให้ความสนใจและมีรสนิยมเช่นเดียวกัน
หรืออาจจะนำเทรนด์นี้มาก่อนบ้านเราเสียด้วยซ้ำ ผู้ที่มีความสามารถในการหาพืชพรรณธัญญาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษมาบริโภคได้
ย่อมจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน
สังเกตได้จากเกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ไม้ผลตามหัวไร่ปลายดอย
ส่วนใหญ่ก็จะมีแปลงที่ปลูกไว้ทานเองต่างห่าง จากแปลงที่ปลูกนำไปขายในเมือง
เกษตรกรหรือประชาชนคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่จึงค่อนข้างที่จะมีอายุยืนนาน
เนื่องได้จากได้รับแร่ธาตุสารอาหารและอากาศที่บริสุทธิ์
|
|
เนื่องด้วยความต้องการเกี่ยวกับอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษนี้เอง
จึงทำให้มีกลุ่มเกษตรกรหัวก้าวหน้ากลุ่มหนึ่งพยายามที่จะผลิตการเกษตรแบบปลอดสารพิษ
แบบไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เนื่องด้วยการใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชนั้น
จะทำให้ผลิตอาหารในด้านต่างๆจากแปลงนาอีกไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู
ปลาในแปลงนา หรือกแปลงพืชไร่ไม้ผลของพี่น้องเกษตรกรจะล้มหายตายจากไปทีละน้อย
ทำให้เหลือแต่เพียงต้นข้าวหรือพืชหลักเพียงอย่างเดียว แทนที่จะได้จับปลา จับหอย
จับปู จับกุ้งเป็นอาหาร หรือนำไปขายเป็นผลพลอยได้จากแปลงนาก็ทำไม่ได้
อีกทั้งในปัจจุบันเกษตรกรเริ่มรู้ว่าสารเคมีที่เป็นพิษเหล่านั้นมักจะทำให้โรคแมลงเพลี้ย
หนอน รา และไร ตายยาก ดื้อยา ต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้น มากขึ้น
บวกกับราคาเคมีเหล่านี้ราคาไม่เคยลดลง จึงทำให้ต้องสิ้นเปลืองต้นทุน
ในระยะยาวก็ทำให้ปลูกพืชผักไม่ได้ผล เนื่องจากดินเสื่อม น้ำเสีย
ระบบนิเวศน์ถูกย่ำยี ถูกทำลาย
เหตุผลอีกอย่างหนึ่งเมื่อมีการรณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรทำบัญชีไร่นา
ทำให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนขึ้นระหว่างการทำการเกษตรแบบเก่า
กับการทำเกษตรแบบปลอดภัยไร้สารพิษนั้นต้นทุนจะแตกต่างกันมาก โดยที่การทำแบบปลอดภัยไร้สารพิษจะต่ำกว่า
เนื่องด้วยสามารถที่จะหาวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาปรับใช้
ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดสะเดา, สาบเสือ, หนอนตายอยาก, ยาฉุน, ปุ๋ยหมัก
ปุ๋ยคอก, เศษไม้ใบหญ้า ฯลฯ
ที่จะนำมาเสริมสร้างให้โครงสร้างดินและภูมิคุ้มกันของพืชมีความแข็งแกร่งได้ในระดับหนึ่ง
หลังจากนั้นสามารถที่จะนำจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษา
บวกกับตัวห้ำตัวเบียน
แมลงดีมีประโยชน์อีกนานาชนิดมาช่วยกันควบคุมกันเองในแบบธรรมชาติ
ทำให้การเกษตรแบบปลอดภัยไร้สารพิษทำได้ไม่ยาก
เมื่อมองการณ์ไกลไปในอนาคตก็นับว่าจะมีผู้ที่ต้องการกิน
ต้องการซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รับรองได้ว่าซื้อง่าย ขายคล่องอย่างแน่นอน
คุณมนตรี
บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)