วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

วัตถุดิบแนวใหม่ที่มาแรงในการทำก้อนเห็ด

สวัสดี ครับพี่ๆน้องๆชาวสมาชิกชมรมเกษตรปลอดสารพิษทุกๆท่านครับ ในวันนี้ทางผู้เขียนจะมาเขียนในเรื่องวิวัฒนาการในการทำก้อนเห็ดในปัจจุบัน มาฝากกันครับ โดยถ้าพูดถึงเห็ดแล้วนั้นทุกๆท่านก็คงจะทราบถึงประโยชน์ของเห็ดในทุกๆด้าน เช่น การนำไปเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารในแต่ละมื้อหรือการนำมาทำยาสมุนไพร ต่างๆ ในมุมมองทางด้านธุรกิจก็สามารถนำมาเพาะเพื่อเปิดก้อนเห็ดเพื่อจัดจำหน่าย หรือทำก้อนเห็ดจัดจำหน่ายแก่เกษตรกรผู้ที่จะนำไปเปิดก้อนเพื่อจัดจำหน่ายขาย ต่อไปยังผู้บริโภค โดยเมื่อก่อนในการจะทำก้อนเห็ดในแต่ละเจ้านั้นจะมีวัสดุอุปกรณ์หลักๆได้แก่ ขี้เลื่อย รำละเอียด ดีเกลือ แคลเซียมและยิปซั่ม แต่วิวัฒนาการได้พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องโดยเครือข่ายต่างๆ เช่น ชมรมเกษตรปลอดสารพิษของเรานี่เองก็พยายามผลักดันเกี่ยวกับหินแร่ภูเขาไฟภูไม ท์และภูไมท์-ซัลเฟตให้มามีบทบาทในการทำก้อนเห็ด จนกระทั่งปัจจุบันเกษตรกรหรือฟาร์มต่างๆจะทำก้อนเห็ดในแต่ละครั้งก็จะต้อง นึกถึงภูไมท์และภูไมท์ซัลเฟต จนทำให้เป็นวัตถุดิบอีกหนึ่งอย่างที่เพิ่มเข้ามาอย่างขาดไม่ได้ เพราะภูไมท์และภูไมท์-ซัลเฟตนั้นจะทำให้อายุก้อนของเห็ดอยู่ได้นานขึ้น เกษตรกรสามารถเก็บดอกเห็ดได้นานและเห็ดมีคุณภาพที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
MontmorilloniteNew_Powder.jpg
แต่ ทุกวันนี้วิวัฒนาการนั้นได้เปลี่ยนไปอีกแล้วมีเกษตรกรมากมายหรือทางฟาร์ม เห็ดเกือบทุกพื้นที่ได้ให้ความยอมรับเกี่ยวกับวัตถุดิบชนิดนี้ที่เข้ามาแทรก แซงภูไมท์และภูไมท์-ซัลเฟตได้อย่างยอดเยี่ยม เห็ดมีคุณภาพทั้งดอกที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักดี อายุก้อนของเห็ดนั้นสามารถอยู่ได้นาน และวัตถุดิบชนิดนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกลนั่นก็คือแร่ม้อนโมริลโลไนท์ นั่นเองครับ ซึ่งถ้าเราเคยดูสารคดีที่ถ่ายทำการระเบิดของภูเขาไฟ จะเห็นตอนระเบิดที่มีลาวาสีแดงไหลออกมาและก็จะมีฝุ่นละอองสีดำหรือเทาที่พวย พุ่งออกด้วย อันนี้คือกลุ่มของแร่ม้อนครับ ซึ่งในตัวของแร่ม้อนท์นี้จะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและเทรซซิลิเม้นท์ต่างๆมากมาย และยังมีความสามารถในการดูดซับความชื้นได้ค่อนข้างดี  จึงเป็นส่วนผสมในก้อนเชื้อเห็ด เป็นส่วนผสมของสารกระตุ้นเห็ดได้อย่างดีเยี่ยม ฉะนั้นเมื่อฟังคุณสมบัติแล้วนั้นก็คือมีสารอาหารที่เหมาะกับเห็ดอย่างมหาศาล ยิ่งภายในก้อนมีสารอาหารเยอะเห็ดก็ยิ่งมีคุณภาพดีและน้ำหนักดีตามไปด้วยครับ เกษตรกรท่านใดหรือฟาร์มที่ทำก้อนจำหน่ายก็อยากให้หันมาทดลองทำก้อนด้วยแร่ ม้อนดู แล้วท่านจะประสบกับความสำเร็จในอาชีพเพาะเห็ด เช่น ทำก้อนขายก็จะมีลูกค้ามาซื้อก้อนเยอะและลูกค้าประทับใจก้อนที่ทางท่านจัด จำหน่าย ถ้าเป็นเกษตรกรที่ซื้อก้อนมาเปิดก็จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเห็ดมีน้ำหนัก กำไรของการขายเห็ดก็จะมีมากขึ้น สุดท้ายนี้ท่านใดอยากทราบสูตรการทำก้อนเห็ดโดยผสมแร่ม้อนก็สามารถโทรมาสอบ ถามกับทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษได้ทุกวัน

เขียนและรายงานโดย ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com
วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557  เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

ทำไมจึงต้องปลอดสารพิษ?

ในยุคนี้สมัยนี้ ผู้คนต่างให้ความสนใจ ตื่นตนในเรื่องการกินการอยู่  โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพและการดำรงชีวิตมีอยู่ได้อย่างยาวนาน จึงได้พยายามสรรหาแหล่งอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษนำมาสู่ร่างกายให้ได้มากที่สุดเท่าที่กำลังความสามารถจะทำได้ ตามกำลังทุน ตามกำลังซื้อที่มีอยู่   เกี่ยวกับอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษนี้ใช่ว่าจะเป็นที่นิยมชมชอบเฉพาะในประเทศไทย ต่างประเทศทั่วโลกก็ให้ความสนใจและมีรสนิยมเช่นเดียวกัน หรืออาจจะนำเทรนด์นี้มาก่อนบ้านเราเสียด้วยซ้ำ ผู้ที่มีความสามารถในการหาพืชพรรณธัญญาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษมาบริโภคได้ ย่อมจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน สังเกตได้จากเกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ไม้ผลตามหัวไร่ปลายดอย ส่วนใหญ่ก็จะมีแปลงที่ปลูกไว้ทานเองต่างห่าง จากแปลงที่ปลูกนำไปขายในเมือง เกษตรกรหรือประชาชนคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่จึงค่อนข้างที่จะมีอายุยืนนาน เนื่องได้จากได้รับแร่ธาตุสารอาหารและอากาศที่บริสุทธิ์

เนื่องด้วยความต้องการเกี่ยวกับอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษนี้เอง จึงทำให้มีกลุ่มเกษตรกรหัวก้าวหน้ากลุ่มหนึ่งพยายามที่จะผลิตการเกษตรแบบปลอดสารพิษ แบบไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เนื่องด้วยการใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชนั้น จะทำให้ผลิตอาหารในด้านต่างๆจากแปลงนาอีกไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลาในแปลงนา หรือกแปลงพืชไร่ไม้ผลของพี่น้องเกษตรกรจะล้มหายตายจากไปทีละน้อย ทำให้เหลือแต่เพียงต้นข้าวหรือพืชหลักเพียงอย่างเดียว แทนที่จะได้จับปลา จับหอย จับปู จับกุ้งเป็นอาหาร หรือนำไปขายเป็นผลพลอยได้จากแปลงนาก็ทำไม่ได้ อีกทั้งในปัจจุบันเกษตรกรเริ่มรู้ว่าสารเคมีที่เป็นพิษเหล่านั้นมักจะทำให้โรคแมลงเพลี้ย หนอน รา และไร ตายยาก ดื้อยา ต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้น มากขึ้น บวกกับราคาเคมีเหล่านี้ราคาไม่เคยลดลง จึงทำให้ต้องสิ้นเปลืองต้นทุน ในระยะยาวก็ทำให้ปลูกพืชผักไม่ได้ผล เนื่องจากดินเสื่อม น้ำเสีย ระบบนิเวศน์ถูกย่ำยี ถูกทำลาย
เหตุผลอีกอย่างหนึ่งเมื่อมีการรณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรทำบัญชีไร่นา ทำให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนขึ้นระหว่างการทำการเกษตรแบบเก่า กับการทำเกษตรแบบปลอดภัยไร้สารพิษนั้นต้นทุนจะแตกต่างกันมาก โดยที่การทำแบบปลอดภัยไร้สารพิษจะต่ำกว่า เนื่องด้วยสามารถที่จะหาวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดสะเดา, สาบเสือ, หนอนตายอยาก, ยาฉุน, ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก, เศษไม้ใบหญ้า ฯลฯ ที่จะนำมาเสริมสร้างให้โครงสร้างดินและภูมิคุ้มกันของพืชมีความแข็งแกร่งได้ในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นสามารถที่จะนำจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษา บวกกับตัวห้ำตัวเบียน แมลงดีมีประโยชน์อีกนานาชนิดมาช่วยกันควบคุมกันเองในแบบธรรมชาติ ทำให้การเกษตรแบบปลอดภัยไร้สารพิษทำได้ไม่ยาก  เมื่อมองการณ์ไกลไปในอนาคตก็นับว่าจะมีผู้ที่ต้องการกิน ต้องการซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รับรองได้ว่าซื้อง่าย ขายคล่องอย่างแน่นอน

คุณมนตรี  บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com